ความเป็นมาของ…ศาสนาพรามณ์-ฮินดู | ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู | ข้อมูลการแบ่งปันเว็บไซต์เกี่ยวกับดนตรีชั้นนำของประเทศไทย

คุณต้องการที่จะเห็นบทความในหัวข้อความเป็นมาของ…ศาสนาพรามณ์-ฮินดู?ถ้าใช่โปรดดูในบทความนี้

ความเป็นมาของ…ศาสนาพรามณ์-ฮินดู | เว็บไซต์ฟังเพลงฟรี

[penci_button link=”#” icon=”” icon_position=”left” text_color=”#313131″]ชมวิดีโอด้านล่าง[/penci_button]

รูปภาพที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อความเป็นมาของ…ศาสนาพรามณ์-ฮินดู

ความเป็นมาของ…ศาสนาพรามณ์-ฮินดู

คุณสามารถดูเพลงใหม่และเพลงอัปเดตได้ที่นี่: ดูเพลงอื่นๆที่นี่

ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องศาสนาพราหมณ์-ฮินดู

สวัสดีทุกคนครับ
วีดีโอนี้ค่อนข้างที่จะหาข้อมูลเยอะ และถ้าเอาจริงๆเรื่องยาวมาก แต่ก็พยายามจะสรุปให้สั้นๆ เพื่อง่ายต่อความเข้าใจ
หากผิดพลาดประการใด ก็ต้องขออภัยด้วยครับ

—————————————————-
หากท่านสนใจเรื่องอื่นๆกดที่ลิงค์ด้านล่างเลยครับ

“หรือพระพุทธเจ้ามิใช่อารยัน!!” : พระพุทธเจ้ากับข้อถกเถียงที่ไม่จบสิ้น ตอนที่ 1 –

“ศากยะปกครองในรูปแบบใดกันแน่?” : พระพุทธเจ้ากับข้อถกเถียงที่ไม่จบสิ้นตอนที่ 2 –

See also  กีตาร์ถูก VS กีตาร์แพง ซื้อแบบไหนดี..? เสียงต่างกันไหม..? [ Momose / Tokai / At First ] | ร้านขายกีต้าร์ | ข้อมูลการแบ่งปันเว็บไซต์เกี่ยวกับดนตรีชั้นนำของประเทศไทย

ความเป็นมาของ…อาณาจักรพุกาม –

เพลงเพื่อชีวิตมาจากไหน? ความเป็นมาของ…ตำนานเพลงเพื่อชีวิต –

ตำนานของ โมเสส และชาวยิว ในพันธสัญญาเดิม-

ศาสนาพุทธฉบับเข้าใจง่าย –

“ปฏิวัติ 2475 ฉบับสังเขป” เข้าใจได้ไม่ถึง 10 นาที! –

รื้อใหม่!!! ข้อถกเถียง…สุนทรภู่ –

ตำนาน บทละคร “โศกนาฏกรรมแมคเบธ” –

ความเป็นมาของ…”อาณาจักรฟูนัน” อาณาจักรโบราณเมื่อหลายพันปีก่อน –

เล่าเรื่อง…ล้างโคตร ราชวงศ์ศากยะ –

เรื่องราวของ “อับราฮัม บุรูษผู้ศรัทธาต่อพระเจ้าองค์เดียว” –

See also  รวมเพลงฮิต เสือ ธนพล l รักเดียวใจเดียว, ร้องไห้กับฉัน, สู้ชีวิต l【LONGPLAY】 | เสทอ | ข้อมูลการแบ่งปันเว็บไซต์เกี่ยวกับดนตรีชั้นนำของประเทศไทย

ความเป็นมาของ…ศาสนาเชน –

ความเป็นมาของ…ศาสนาพรามณ์-ฮินดู –

“ศาสนาคืออะไร?” และ “มาจากไหน?” เข้าใจได้ใน 10 นาที! –

ซีรีย์ เล่าเรื่อง ภควัทคีตา

กดติดตามช่อง “ความเป็นมา” ได้ที่ –
——————————————–

ขอขอบคุณรูปภาพประกอบจาก Pixabay และแหล่งดาวห์โหลดรูปฟรีอื่นๆ

หากใครที่ชื่นชอบวีดีโอนี้ก็อย่าลืมกด ไลค์ กดติดตาม
เพื่อเป็นกำลังใจด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ

.
อธิบาย คำว่าอินเดีย (INDIA) ว่าจากคำว่าสินธุ (Sindhu) ซึ่งคำว่าสินธุนี้เป็นชื่อที่ชาวอินเดียเรียกชื่อแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านทางซีกตะวันตกของอินเดีย บริเวณลุ่มแม่น้ำสินธุเป็นบ่เกิดอารยะธรรมในอินเดียแห่งแรก* ชาวเปอร์เซียและทางแถบเอเชียกลางรู้จักชาวอินเดียครั้งแรกก็คือรู้จักชุมชนที่อาศัยอยู่ในที่ราบลุ่มสองฝั่งแม่น้ำสินธุ จึงเรียกว่าชาวสินธุ แต่ภาษาของชาวเปอร์เซียออกเสียงเรียกเป็นฮินดู(Hindu) สวนประเทศหรือที่อยู่ของชาวฮินดูก็เรียก ฮินดูสถาน (Hindustan)
ต่อมาเมื่อชาวกรีกเข้ามามีความสัมพันธ์กับอินเดียก็เรียกชื่อเพี้ยนจากฮินดู เป็นอินดัส (Indus) และกลายเป็นอินเดียในที่สุด
ในปัจจุบันคำว่าฮินดูนั้นก็ใช้แตกต่างกันออกไปจากเดิม (ซึ่งแต่เดิมเป็นชื่อเรียกชาวอินเดีย) คือใช้ในความหมายที่แคบเข้า นั่นคือหมายถึงศาสนาหนึ่งในอินเดีย ซึ่งก็หมายถึงชาวอินเดียที่นับถือศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ไม่ได้รวมชาวอินเดียที่นับถือศาสนาอิสลามหรือศาสนาอื่นๆ
อนึ่งชาวอินเดียในอดีต(อาจรวมถึงปัจจุบัน)เรียกประเทศของตนเองว่า “ภารตะวรรษ” แปลว่าถิ่นที่อยู่ของชาว “ภารตะ” คำว่าภารตะ มาจากคำว่า “ภรต” ซึ่งตามนิยายปรัมปราโบราณของอินเดีย เป็นพระนามของกษัตริย์องค์สำคัญของอินเดีย ชาวอินเดียถือว่าตนสืบเชื้อสายมาจากท้าวภรตนี้.
(จากหนังสือ ประวัติศาสตร์อินเดีย)

See also  ประเภทเครื่องดนตรีสากลเเละวงดนตรีสากลlJUNEFILMSTUDIO | ประเภทดนตรี | ข้อมูลการแบ่งปันเว็บไซต์เกี่ยวกับดนตรีชั้นนำของประเทศไทย

การค้นหาที่เกี่ยวข้อง ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู.

#ความเปนมาของศาสนาพรามณฮนด

ศาสนา,พราหมณ์,ฮินดู,ประวัติศาสตร์อินเดีย

ความเป็นมาของ…ศาสนาพรามณ์-ฮินดู

ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู.

>>Queenj-entเราหวังว่าข้อมูลที่เราให้ไว้จะมีความสำคัญกับคุณมากขอบคุณสำหรับการตรวจสอบข้อมูลนี้.

27 thoughts on “ความเป็นมาของ…ศาสนาพรามณ์-ฮินดู | ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู | ข้อมูลการแบ่งปันเว็บไซต์เกี่ยวกับดนตรีชั้นนำของประเทศไทย”

  1. *แก้ไขข้อมูลนะครับ*

    คำว่า “โอม” มีกล่าวกันต่างๆ บ้างก็ว่าเป็นอักษรที่นับถือกันมาแต่ยุคไตรเพท บางตำราอธิบายว่า “โอม” ประกอบขึ้นด้วยสำเนียงสามคือ “อ อุ ม” ต่อมาในยุคปุราณะเกิดนับถือพระเป็นเจ้าทั้งสามขึ้น พราหมณ์จึงได้กำหนดสำเนียงทั้งสามนั้นว่าตรงกับพระเป็นเจ้าองค์ใด

    ในปทานุกรมของกระทรวงธรรมการ พ.ศ. 2470 มีคำอธิบายว่า โอม เป็นคำย่อจาก อ อุ ม ข้างพราหมณ์หมายความว่าพระเจ้าทั้งสาม คือ อ = พระวิษณุ, อุ = พระศิวะ, ม = พระพรหม; ข้างพระพุทธศาสนาเลียนเอามาเป็นพระรัตนตรัย คือ อ = อรหํ (พระพุทธ), อุ = อุตฺตมธมฺม (พระธรรม), ม = มหาสงฺฆ (พระสงฆ์), เมื่อเข้าสนธิจึงเป็น “โอม” นับถือเป็นคำศักดิ์สิทธิ์, เป็นคำภาวนาหรือกล่าวรับด้วยความนับถือ เช่นเดียวกับ “สาธุ”

    คำอธิบายนี้ได้ใช้ต่อมาเพียงแต่ตัดตอนท้ายออกให้สั้นลง เป็นคำอธิบายด้านเดียว เพราะตามเอกสารอื่น เช่น ในหนังสือ Ganesh ที่แต่งโดย A. Getty อธิบายไว้อีกอย่างหนึ่งว่า อ = พระพรหม, อุ = พระวิษณุ, ม = พระศิวะ

    เหตุที่มีความหมายต่างกันเช่นนี้ เนื่องมาจากผู้อธิบายนับถือพระเป็นเจ้าองค์ใดเป็นใหญ่ ก็ยกย่องพระเป็นเจ้าองค์นั้นไว้ต้น ถ้านับถือพระพรหมเป็นใหญ่ก็อธิบายว่า อ = พระพรหม ถ้านับถือพระวิษณุเป็นใหญ่ก็อธิบายว่า อ = พระวิษณุ

    เรื่องคำว่า “โอม” ยังไม่ยุติ นักปราชญ์บางท่านแย้งว่าคำ “โอม” ที่ว่าแผลงมาจาก “อ อุ ม” นั้นผิด ที่จริงคำ อ อุ ม ต่างหากที่แผลงไปจาก “โอม” คือคำ “โอม” มีมาก่อน อ อุ ม อนึ่งคำว่า “โอม” เป็นคำอุทาน มนุษย์เลียนคำนี้มาจากเสียงน้ำทะเล เสียงฟ้าร้อง เสียงลมพัด เสียงโอมเป็นเสียงแรกที่มนุษย์รู้สึกว่าเป็นเครื่องแสดงความพิลึกมหึมา มนุษย์เข้าใจว่าเสียงโอมนั้นเป็นเสียงธรรมชาติหรือเสียงพระเจ้าที่จะประสาทความศักดิ์สิทธิ์ให้แก่โลก มนุษย์จึงเลียนเอาเสียงนี้มาใช้เริ่มต้นเวทมนตร์เพื่อแสดงความศักดิ์สิทธิ์ (จากบทความ “โอม” กับ “โอมเพี้ยง (หาย)” มีความหมายอย่างไร?)

    ข้อมูลบ้างแห่งก็ว่า มาจากคำว่า อะ อุ มะ คือ อะ มาจากพระศิวะ อุ มาจากพระวิษณุ และ มะ มาจากพรหมะ ในหนังสือบางเล่ม จะสลับความหมายไปมา บ้างก็ว่า อะ คือพระวิษณุ บ้างก็ว่า มะ คือพระศิวะ สลับไป สลับมา แต่ละเล่มก็เลยเขียนไม่เหมือนกันเลย

    บางแห่งบอกว่าคำว่า โอม ยังสามารถแยกออกเป็นคำๆ ซึ่งมีที่มาโดยการเปล่งเสียงแต่ละคำของมหาเทพได้อีกดังนี้

    1. ตัว อะ – ออกจากพระพักตร์ทางทิศเหนือของมหาเทพ

    2. ตัว อุ – ออกจากพระพักตร์ทางทิศตะวันตกของมหาเทพ

    3. ตัว มะ – ออกจากพระพักตร์ทางทิศใต้ของมหาเทพ

    4. ตัว . (พินทุ) – ออกจากพระพักตร์ทางทิศตะวันออกของมหาเทพ

    5. เสียง นาท (เสียงที่มนุษย์ไม่สามารถได้ยินและเข้าใจได้) – ออกจากกลางพระพักตร์ของมหาเทพ
    อะไรอย่างงี้เป็นต้น ก็ขอให้ผู้ฟังพิจารณากันไปก็แล้วกันนะครับ

    Reply
  2. พระเจ้าที่แท้จริงมีแค่องค์เดียว เป็นทั้ง ผู้สร้าง และเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง

    Reply
  3. แนวคิดเทวนิยม…เกิดขึ้นตอนที่คนเริ่มคิดเป็นนี่แหละ…คิดหาคิดสร้างสิ่งที่เป็นที่พึ่งทางใจ(ประเพณีวัฒนธรรมเพื่อจัดความคิดให้ง่ายต่อการปกครอง)ทางการเมือง(อำนาจเหนือคนอื่นอาศัยเทพเจ้า/พระเจ้าอยู่ข้างตน)…มนุษย์จึงเป็นผู้สร้างเทพเจ้าพระเจ้ามาตลอดเวลาปัจจุบันก็ยังสร้างไม่เสร็จ(เพราะถ้าทุกคนยังเห็นและเชื่อไม่ตรงกันทั้งหมดแสดงว่ายังสร้างไม่เสร็จนั่นเอง)…อะตาหิอะตะโนนาโถของพระพุทธเจ้าจึงอยู่ตรงข้ามกับสิ่งนี้

    Reply
  4. ศาสนาอิสลามมีอดัมจนถึงมูฮัมหมัดศาสดามี 25 ท่าน

    Reply
  5. พูดคำควบกล้ำ ที่มีสระอา เป็นสระอัวหมดเลย ความ เป็น ควม , กว้าง เป็น ก้วง

    Reply
  6. เป็นหนึ่งในลัทธิที่ชั่วร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์แห่งมนุษย์ เรียกว่าเป็นศาสนาแห่งการกดขี่และชนชั้น แย่รองมาก็อิสลาม รองมาก็พวกคริสต์ รองมากพวกพุทธแบบปลอมๆ

    Reply
  7. รู้แค่ว่าคือศาสนาที่เหยียดหยามความเป็นมนุษย์ที่สุด

    Reply
  8. เดิมอินเดียมีหลายศาสนาปะปนกันอยู่ เพื่อแยกศาสนา ฮินดู อิสลามและพุทธ ออกจากกัน
    แอดต้องไปหาข้อมูลให้มากกว่านี้ จะได้รู้ว่ามีการย้ายประเทศครั้งใหญ่เพื่อการณ์นี้

    Reply
  9. เป็นศาสนาที่ไม่มีศาสดา..โคตรเหยียด..แบ่งชั้นวรรณะ

    Reply
  10. เมื่อจิต หรือสิ่งที่ใช้รับรู้ ของมนุษย์ ต่างกัน จึงรับรู้หรือตรวจจับ/เชื่อมต่อ สิ่งรอบตัวได้ต่างกัน (อายตนะ) ทำไมการสวดมนต์จึงมีในทุกศาสนา จริงๆแล้ว การสวดมนต์ก็เป็นการพัฒนาจิต อย่างหนึ่งให้เกิดสมาธิ จนรับรู้สิ่งที่ละเอียดกว่าแสงได้

    สมาธิ เป็นเครื่องมืออัพเกรด เทคโนโลยีตรวจจับ ของบุคคลหรือมนุษย์ผู้นั้น ที่เรียกว่า จิตและวิญญานขันธ์ ทำให้ทำงานได้ดีขึ้น หรือตัวรู้/สารสื่อประสาท/ระบบประสาทที่ละเอียดกว่าแสง ซึ่งเป็นเครือข่ายโครงสร้างมนุษย์ที่ละเอียดกว่า แสง โดย แสงหรือ โฟตอน จาดดวงอาทิตย์ ที่มีขนาดประมาณ 0.01 นาโนเมตร/ สิบยกกำลัง -14

    ตามหลักวิทยาศาสตร์ นั้น แสงมีความสำคัญ ในการมองเห็นของมนุษย์ โดยแสงจะชนวัตถุ แล้วกระทบสะท้อน มาเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า แบ่งเป็นคลื่นสีที่มองเห็น(400-700 นาโนเมตร/สิบยกกำลัง -10) ที่เหลือมนุษย์จะมองไม่เห็นโดยปรกติทั่วไป ซึ่งจากความละเอียด ที่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามี ความยาวแตกต่างกัน ตั้งแต่ 0.01 นาโนเมตร-ความยาวมากกว่ากิโลเมตร พูดง่ายๆ คือ มนุษย์เราเห็นสิ่งต่างรอบตัวได้จากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพียง แค่ ไม่ถึง 1 % ในของที่มีองค์ประกอบละเอียดไม่เกินประมาณ 400-700 นาโนเมตร อย่างพวกอะตอมของแก๊สในอากาศ ที่แสงมะลุผ่าน เราก็จะมองไม่เห็นกันแล้วโดยปรกติ

    สิ่งเหล่านี้ที่กล่าวมา เรียกว่า รูปปรมัตถ์ ในส่วนของจิตและวิญญาณขันธุ์ ที่มีในมนุษย์นี้ จะละเอียด/เล็กและองค์ประกอบละเอียด กว่า แสง แสงจึงกระทบสะท้อนไม่ได้ ยากที่มนุษย์จะมองเห็นได้โดยตรง อาจแค่เห็นผ่านผลกระทบต่อรูปอีกทีเป็นหลักหากจิตหยาบกระด้าง แต่ การพัฒนาจิต ก็เหมือนการสร้างเครื่องมือตรวจจับ อันใหม่ให้ตัวเอง ที่ละเอียดขึ้น เพื่อให้สามารถรับรู้สิ่งที่ละเอียดขึ้น

    วิธีทดลอง (ได้ทุกศาสนา)
    1. สวดมนต์ และนั่งนิ่งๆไม่ขยับตัวพยายามใช้คำใดๆก็ได้ 2-3 ประโยค เพื่อใช้ความคิดคิดถึงคำนั้นซ้ำๆ จนกว่าจะครบเวลา วันละ 15 นาที ก่อนนอน (คำนั้นอาจเป็นชื่อศาสดาหรือไอดอลที่คุณเชื่อมั่นและพร้อมที่จะทำมันให้ครบเวลาโดยไม่ขยับ ได้ยิ่งดี ขอแค่ร่างกายนิ่ง การรับรู้จากประสาททั้ง 5 จากสิ่งรอบตัวไม่เกิด อยู่กับความคิด/ธรรมารมณ์)
    วิธีนี้หากทำได้ติดต่อกันเป็นเวลา 3 เดือนขึ้นไป จะเริ่มส่งผลต่อจิตให้ละเอียดขึ้นแล้วเล็กน้อย คุณจะรับรู้บางสิ่งบางอย่างรอบตัวได้ แต่อาจจะยังไม่ชัดเจน ลางสังหรใจจะแม่นยำ ฝันจะแม่น นี่คือผลในเบื้องต้นเท่านั้น แต่บางคนอาจจะเกิดน้อย ขึ้นอยู่กับผลในแต่ละวันนั้นๆด้วยว่าได้ผลดีมากน้อยแค่ไหน หากเชี่ยวชาญ/สภาพแวดล้อมเป็นใจ 15 นาทีก็เข้าออกฌานได้เช่นกัน และอย่าตกใจกับสารพัดสิ่งที่คุณได้เจอขณะนั่งสมาธิ อันนั้นแค่จิตไม่นิ่งเท่านั้น

    2.เพิ่มเวลาในการสวดมนต์หรือนั่งสมาธิให้นานขึ้น หรือทำต่อไปเรื่อยๆ วันละนิดหน่อย
    3.เลือก อาชีพ ที่ทำให้คุณ ทำแบบนี้ได้มากที่สุด ในแต่ละวัน

    Reply
  11. ฮินดู กำเนิดมาสมัย มนุษย์เริ่มมีกายหยาบ เริ่ม ใช้ จักษุ โสต ฆาน ชิวหา กาย เริ่มรู้จักและ ติดใจใน โผฏธัพพะรมณ์ และ วิญญาญเริ่มเป็น อาตมัน จาก ที่ จิ เจ รุ นิ สถิตย์ในละเอียดใน ขั้น อรูปาวจร ก็เริ่ม กำหนดในภพหนึ่งที่ชื่อว่า อาตมันกาย ที่มีผู้คิดค้นขึ้นมา คือ พ่อครูฤาษี
    ที่มีนามพระสุดจะพรรณา
    และเป็นแม่ บท ให้อีกหลายๆศาสนา
    ในโลกเกิดขึ้น

    Reply
  12. อ้าวพระพรหมหรือพระเจ้า
    สร้างกันแน่ชักสับสนกับ
    ผู้สร้างแล้วครับ

    Reply
  13. ทุกศาสนา…เกิดขึ้นตอนมนุษย์ที่"คิดเป็น/คิดได้"นี่แหละ…เพราะคิดได้ว่าคนพูดคนสั่งกันมันไม่ค่อยฟังกันไม่ศักด์สิทธิ์….เลย ต้องหา/ต้องสร้างพระเจ้า/ผีสาง/เทวดามาบังคับจิตใจคนช่วยผู้ปกครอง/หัวหน้าเผ่าอีกชั้นหนึ่ง…จริงไหมโปรดพิจารณา

    Reply
  14. เผื่อคนยังไม่รู้นะครับว่าพระพุุทธเจ้าไม่ให้เรายึดท่านเป็นศาสดาแต่ให้ยึดถือคำสอนและพระธรรมวินัยเป็นศาสดาแทนเพราะท่านเป็นเพียงคนชี้ทางถ้าเรายึดท่านเป็นศาสดาแต่ไม่ทำตามคำสอนก็จะไม่หลุดพ้นนั้นเอง

    Reply

Leave a Comment